เปิดแล้ว!!!

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ห้องเรียนวัดโกเมศรัตนาราม ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับสมัครผู้จบชั้น ม.6 และ ปวส.,อนุปริญญา เข้าศึกษาปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์การปกครอง เรียนเสาร์-อาทิตย์ หลักสูตร 4 ปี และเทียบโอน 2 ปี ติดต่อที่ผู้ประสานงาน เบอร์โทร. 087-519-3955

Google

Sunday, 29 August 2010

อุปกรณ์ วัสดุ และเครื่องมือในการผลิตถ่านกะลามะพร้าวของคุณสิทธิชัย

อุปกรณ์ วัสดุ และเครื่องมือในการผลิตถ่านกะลามะพร้าวของคุณสิทธิชัย


คุณสิทธิชัย สาระพงษ์ เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ห้องเรียนวัดโกเมศรัตนาราม และเขามีโรงงานผลิตถ่านกะลามะพร้าวอยู่ในเขตอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี


คุณสิทธิชัย เป็นผู้หนึ่งที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจให้กับการทำธุรกิจรับซื้อกะลามะพร้าวและนำมาเผาให้กลายเป็นคาร์บอนหรือถ่านกะลามะพร้าวมานานพอสมควร


คุณสิทธิชัยมีกระบวนการผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่น่าสนใจและเขาก็ต้องการนำเสนอเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจในธุรกิจแขนงนี้อย่างชนิดที่ไม่หวงวิชา และหากท่านผู้เยี่ยมชมบล็อกนี้สนใจในรายละเอียดต่างๆของกระบวนการผลิต หรือการทำธุรกิจตัวนี้ หรือต้องการจะขายวัตถุดิบคือกะลามะพร้าว ก็สามารถติดต่อสอบถามคุณสิทธิชัยได้ หรือพวกพ่อค้านายวานิชต่างประเทศที่สนใจจะซื้อสินค้าตัวนี้ ก็ติดต่อได้เช่นกัน ที่เบอร์โทรมือถือและอีเมล์ของเขา

เบอร์มือถือ 081-2561598

Email : sit_nc@hotmail.com


โดยสรุปในกระบวนการผลิตของคุณสิทธิชัย จะมีการเตรียมวัตถุดิบคือกะลามะพร้าวให้พร้อมโดยรับซื้อจากบุคคลทั่วไป แล้วนำมาเผาในเตาเผาคือถังน้ำมันแกลลอนและเตาเผาแบบโบราณคือก่ออิฐ ดังปรากฏในรูปภาพที่นำมาเสนอนี้




วัตถุดิบในการผลิตคือกะลามะพร้าว
ที่แต่เดิมหาได้ง่ายแต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อ
และต้องมีการแข่งขันโดยมีการซื้อตัดราคากันในหมู่พ่อค้า
1.You need to gather all the coconuts ( ready to harvest) in one place...
It's easy to do the job when they are gathered together... 
2.Husk all the coconut; separate the husk and the whole coconut shell unbroken. 
3.Break the whole coconut shell in the middle ( put it all together in one place)..Take out the white thing or the meat (Copra) using some tools.....(There is water inside the coconut when you break it...Find a place far from fruits it makes the fruit wither when it absorbs too much water from the coconut)
-4.Let the empty coconut shell under the sun from 1 to 2 days....( To make it dry - the drier the coconut shell is the better result of charcoal).




เตาเผาถังน้ำมันเหล็ก
มีวิธีการเผาที่ต้องใช้เท็คนิคเพื่อให้กะลามะพร้าวกลายเป็นคาร์บอนแทนที่จะเป็นขี้เถ้า
Coconut Shell is carbonized by employing the usage of traditional methods like pit method, drum method, destructive distillation etc. The Coconut shell charcoal is fabricated by burning shells of matured nuts in limited supply of air ample enough for carbonization alone, and not complete destruction. 

MAKING THE CHARCOAL ( 5 to 6 hours)
Things Needed:
- Empty 55 gallon Metal Gasoline Drum ( without top lid)
- Coconut shells
- Match
- Covering ( Fresh banana bark - flattaned (10 -15 pieces)
- Heavy things ( Rock, pile of woods, etc)
Step 1 - Put the Drum in a flat surface or to make it safer you can make a round hole, 1 ft deep, bury the bottom part of the drum with lid and cover it with soil.
Step 2 - File the coconut shells ( one is on the top of another) in circle form up to the brim of the drum leaving a small space in the middle of the circle.
Step 3 - Take a piece of a coconut shell and make a fire and put it in the middle of the circle on the file.Wait for how many minutes till the fire kindled the other coconut shells below...Then, drop or add some coconut shells in the middle of the circle where you started the fire, slowly and make sure that the fire ignition below will not stop. Fill all the space in the drum up to the brim or 1 ft higher.
Step 4 - Let the fire inside continue but don't to check your drum every now and then by pressing coconut shells slowly...Some of shells  will shrinks to the bottom and add more coconut shell up to the brim....( Note: Don't force the coconut shells too hard to shrink. When you can't press it anymore, it means that you are almost done...You will know if you're almost done because the ember goes higher.When it's almost or up to the brim, proceed to next step.
Step 5 - Take your flattened banana bark  and file it on the top on the drum to cover it...you can file it accordingly and to the top of each other...Make sure that there is no air from inside or smoke will come out from inside....Put a heavy things at the top of the banana bark files....(Make sure that the drum is sealed using those banana bark, otherwise your charcoal will turn all into ashes...
Step 6 - To know if its ready, you can check your drum the next day by touching the body of the drum if its cold....( Usually, It's always cold and ready to be open after the next day...Note: Make sure that the fire is already dead inside the Drum. Little fire remains will re kindled the things inside and make your charcoal turn into ashes....So, before opening the drum, make sure that its cold and the fire is dead.)



เตาเผาทำด้วยอิฐ
ก็มีความจำเป็นต้องใช้ในการเผาถ่านกะลามะพร้าวเหมือนกัน ในกรณีที่มีกะลามะพร้าวที่ต้องเผามากจนถังน้ำมันเหล็กรับไม่ไหว



กะลามะพร้าวที่ผ่านการเผาจนกลายเป็นถ่านคาร์บอนแล้ว
นำมาใส่ตะแกรงร่อนให้ส่วนที่ละเอียดเป็นผงอออกมาให้หมด(ส่วนเป็นผงนี้นำไปเก็บไว้เพื่ออัดเป็นแท่งในโอกาสต่อไป) ส่วนที่หยาบนำบรรจุถุงปุ๋ยเก็บในที่ไม่ชื้นและพร้อมเป็นสินค้ายอดนิยมเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ




Monday, 16 August 2010

ถ่านกะลามะพร้าว คืออะไร

ถ่านกะลามะพร้าว คืออะไร


ถ่านกะลามะพร้าว คือผลผลิตสำคัญที่ได้มาจากกะลามะพร้าว ถ่านกะลามะพร้าว ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อเป็นเชื้อเพลิงทั้งในระดับครัวเรือนและเป็นเชื้อเพลิงในระดับอุตสาหกรรม


ถ่านกะลามะพร้าว ยังได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตถ่านที่เรียกว่า แอ็คติเวติดคาร์บอน(Activated Carbon) ซึ่งแอคติเวติดคาร์บอนนี้ เป็นสิ่งที่ได้จาก กะลามะพร้าว นี้อีกเหมือนกัน และมีข้อดีเป็นพิเศษคือ เป็นวัสดุที่สามารถดูดซึมโมเลกุลบางชนิดได้


กะลามะพร้าว สามารถทำให้เป็นถ่านหรือคาร์บอนได้ด้วยกรรมวิธีต่างๆ เช่นการเผาในหลุม (Pit Method) การเผาในถังเหล็กเปล่า(Drum Method) และการกลั่นด้วยวิธีย่อยสลายวัสดุ(Destructive Distillation) เป็นต้น


ถ่านกะลามะพร้าว คือวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตแอ็คติเวติดคาร์บอน ถ่านกะลามะพร้าว เป็นถ่านได้ก็ด้วยการเผา กะลามะพร้าว ที่ได้มาจากผลมะพร้าวที่แก่จัดในสภาวะอากาศที่ถูกจำกัดจนพอเหมาะที่จะทำให้ กะลามะพร้าว ที่ถูกเผากลายเป็นคาร์บอน(Carbonization) และไม่ถูกเผาเป็นเถ้าอย่างสมบูรณ์

ตลาดหลักที่รับซื้อถ่านกะลามะพร้าว

ตลาดหลักที่รับซื้อถ่านกะลามะพร้าว



ประเทศต่างๆในทวีปอเมริกาเหนือ(North America)

ประเทศต่างในทวีปอเมริกาใต้(South America)

ประเทศต่างๆในยุโรปตะวันออก(Eastern Europe)

ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Southeast Asia)

ประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา(Africa)

ประเทศต่างๆในโอเชียเนียหรือ ประเทศที่อยู่ตามเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก(Oceania)

ประเทศต่างๆในตะวันออกกลาง(Middle East)

ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออก(Eastern Asia)

ประเทศต่างๆในยุโรปตะวันตก(Western Europe)

ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน(People Republic of China)

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวที่ประเทศฟิลิปปินส์

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวที่ประเทศฟิลิปปินส์




ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เขาก็ใช้กระบวนการผลิต ถ่านกะลามะพร้าว ด้วยวิธีที่เรียกว่า Drum Method คือใช้ถังน้ำมันเหล็กเปิดท้ายและมีฝาปิดข้างบน ใช้กาบมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงก่อไฟที่พื้นดินที่ราบเรียบ พอไฟติดเชื้อดีแล้วก็นำกะลามะพร้าวดิบมากองรอบๆกองไฟแล้วใช้พั่วหรือปุ้งกี้ตัก กะลามะพร้าว ดิบเทใสกองไฟ ปล่อยให้ไหม้สักระยะหนึ่งแล้วนำถังเหล็กที่เปิดท้ายนั้นมาครอบลงไป จากนั้นก็ดำเนินการเผาถ่านกะลามะพร้าวไปเรื่อยๆจนกว่าจะเต็มถัง เสร็จแล้วนำฝาเหล็กมาปิดที่ถังเหล็ก ปล่อยให้เย็นข้ามคืน แต่ในช่วงปิดฝ้าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหน่อย คือให้แน่ใจว่าปิดฝาสนิทอากาศเข้าไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าอากาศเข้าได้มันก็จะเกิดการเผาไหม้ กะลามะพร้าว สมบูรณ์ขึ้นมาได้ พอรุ่งขึ้นอีกวันก็ยกถังเหล็กที่ครอบไว้ขึ้นมาจากถ่านคาร์บอนกะลามะพร้าว ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตถ่านกะลามะพร้าว

ดูรายละเอียดและรูปร่างเตาเผา ถ่านกะลามะพร้าว ของฟิลิปปินส์ที่ลิงค์นี้

http://www.ehow.com/how_5971805_make-charcoal-coconut-shells-philippines.html

Sunday, 15 August 2010

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวที่ประเทศอินโดนีเซีย

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวที่ประเทศอินโดนีเซีย




ที่อินโดนีเซียมีการใช้เครื่องมือในการเผากะลามะพร้าวให้กลายเป็นถ่านคาร์บอนเช่นกัน

เป็นการใช้ถังน้ำมันโดยใช้ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร เป็นวิธีซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Drum Method

เครื่องมือและเป็นกระบวนการผลิตมีลักษณะเหมือนกับภูมิปัญญาของชาวไทยมาก

ในเรื่องบอกว่า เป็นเครื่องมือที่กลุ่มพัฒนาชุมชนกลุ่มเล็กๆที่มีชื่อว่า Yayasan Dian Tama ที่เมือง Pontianak, West Kalimantan พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเทคโนโลยีง่ายๆสำหรับผลิตถ่านกะลามะพร้าว โดยการใช้ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรเป็นเตาเผา และอ้างว่ามีประสิทธิผลในการผลิตถ่านกะลามะพร้าว

ในด้านน้ำหนักของการผลิตนั้นเจ้าหน้าที่อ้างว่า เครื่องมือนี้มีประสิทธิพลในการผลิตถ่านกะลามะพร้าวได้มากถึง 25% ซึ่งสูงเป็นสองเท่าของวิธีการผลิตแบบโบราณคือแบบ Pit Method

และกระบวนการผลิตก็เป็นไปอย่างรวดเร็วคือใช้เวลาน้อยคือใช้เวลาเพียง 20 ชั่วโมงเท่านั้นเองก็สิ้นสุดกระบวนการและสามารถได้ถ่านกะลามะพร้าวที่สมบูรณ์แบบ

อุปกรณ์ที่ใช้ได้แก่ ถังน้ำมันเหล็ก กะลามะพร้าวแห้ง น้ำมันก๊าดสำหรับจุดไฟเผากะลามะพร้าวในช่วงเริ่มต้น


ถ่านกะลามะพร้าวที่ผลิตได้นี้นำไปใช้แก่ราษฎรตามครัวเรือนต่างๆในท้องถิ่นชนบท เป็นผลผลิตที่ทรงคุณค่าแต่มีราคาถูกมาก


ดูภาพประกอบของเครื่องมือและการทำงานได้ที่ลิงค์นี้

http://www.hedon.info/CharcoalFromCoconutShells

เทคโนโลยีผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่ต่างกันก็จะได้ผลผลิตถ่านกะลามะพร้าวมะพร้าวที่ต่างกัน

เทคโนโลยีผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่ต่างกันก็จะได้ผลผลิตถ่านกะลามะพร้าวมะพร้าวที่ต่างกัน



ผลผลิตของท่านกะลามะพร้าวหากใช้วิธีเผาในหลุ่มเผาแบบโบราณก็จะให้ผลผลิตเหลืออยู่ประมาณ 30 % ของน้ำหนักกะลามะพร้าวดิบ ปกติแล้วผลผลิตของกะลามะพร้าวที่เราใช้ในกรรมวิธีการเผาในหลุมแบบโบราณดังกล่าว จะทำให้ได้ถ่านกะลามะพร้าวประมาณ 35 กิโลกรัมจากกะลามะพร้าวดิบประมาณ 1,000 กะลา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า กะลามะพร้าว 3000 กะลา จะให้ผลผลิตเป็นถ่านกะลามะพร้าวประมาณ 1 ตัน แต่ในบางครั้ง หากเราใช้กระบวนการผลิตที่ขาดประสิทธิผลมากๆ ผลผลิตกะลามะพร้าวอาจจะต่ำลงมามาก คือ อาจจะต้องใช้กะลามะพร้าวดิบเกือบ 50,000 กะลาในการผลิตกะลามะพร้าว 1 ตัน


การที่จะให้ได้ถ่านกะลามะพร้าวที่มีคุณภาพดีๆนั้น ก็ต้องใช้กะลามะพร้าวที่แห้งดีมากๆ กับต้องมีความสะอาดและได้จากผลมะพร้าวที่ต้องแก่จัดด้วย



ปัจจุบันถึงได้มีการนำวิธีการทันสมัยหลายอย่างมาใช้ในการผลิตถ่านกะลามะพร้าว ในการใช้เครื่องมือทันสมัยอย่างเช่นที่เรียกว่า Waste Heat Recovery Unit นั้น เขาจะนำความร้อนที่ได้จากการเผากะลามะพร้าวไปใช้อบกากมะพร้าวแห้งและในขณะเดียวกันก็จะเกิดผลพลายได้คือได้ถ่านกะลามะพร้าวไปพร้อมๆกัน

เทคโนโลยีในการผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน

เทคโนโลยีในการผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน




วิธีการที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิผลสูงที่เป็นภูมิชาวบ้านถูกนำมาใช้ในการผลิตถ่านกะลามะพร้าว ก็คือการใช้ถังน้ำมันเปล่า หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Drum Method


มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้คือถังน้ำมันเหล็กชนิดมีฝาและมีช่องระบายเล็กๆติดอยู่ที่ฝาด้วย เมื่อหาถังน้ำมันดังกล่าวได้มาแล้วก็ให้เจาะรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขขาด 1 นิ้วไว้ 6 รู คือ ที่ด้านล่างของถัง 2 รู ที่ตรงกลางถัง 2 รู และที่ฝาถัง 2 รู จากนั้นก็หาไม้กลมๆเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้วมาปักลงไปที่ตรงกลางของถัง ซึ่งเป็นการปักไม้นี้ไว้เป็นการชั่วคราว และให้ดึงไม้นี้ออกเพื่อให้ตรงกลางเป็นโพลงเพื่อให้ควันไฟพุ่งออกมาเมื่อตอนเผากะลามะพร้าวให้เป็นถ่านหรือเป็นคาร์บอน



จากนั้นก็เริ่มกระบวนการเผากะลามะพร้าวเป็นคาร์บอน ด้วยการใส่กะลามะพร้าวดิบลงไปในถัง จำนวนหนึ่ง แล้วชักไม้กลมๆที่เราปักไว้ออกซึ่งก็จะทำให้เกิดเป็นโพลงอยู่ตรงกลาง จากนั้นใช้เศษผ้าหรือเศษวัสดุติดไฟง่ายเช่นกาบมะพร้าวจุดไฟแล้วหย่อนลงไปที่ก้นถังโดยผ่านทางช่องกลวงๆที่เราชักใช้ไม้กลมๆออกมาแล้วนั้น เมื่อไฟที่ก้นหลุมลุกติดดีแล้ว ก็เอาฝาถังน้ำมันที่มีปล่องระบายควันนั้นมาปิดลงที่ปากถัง พร้อมปิดรูต่างๆที่อยู่ข้างบน และรูตรงกลางถังทุกรู



กระบวนการเผากะลามะพร้าวให้เป็นคาร์บอนก็จะเริ่มขึ้นที่ทางก้นถังก่อนแล้วจะค่อยๆลามขึ้นมาข้างบนจากการแผ่รังสีความร้อนผ่านทางช่องกลวงตรงกลางถังที่เราชักไม้กลมๆออกมาแล้วนั้น เมื่อเกิดกระบวนการเผาไหม้กะลามะพร้าวเป็นคาร์บอนในส่วนใดส่วนหนึ่งแล้ว เราก็จะสามารถมองเห็นส่วนนั้นลุกโพลงป็นสีแดงตรงรู 6 รูที่เราเจาะไว้นั้น



เมื่อเรามองผ่านรูทางก้นถังเห็นว่ามีแสงลุกโพลงคุแดงขึ้นมา เราก็ไปเปิดรูตรงกลางที่เราปิดไว้นั้นออก และก็ปิดรูที่รูทางก้นถังเสียด้วย การปิดกั้นไม่ให้อากาศเข้าไปในส่วนตรงกลางของถังก็เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่าโอเวอร์คาร์บอนไนเซชั่น (Over-carbonization) ที่ตรงจุดนั้นนั่นเอง



เมื่อปล่อยให้กระบวนการคาร์บอนไนเซซั่นในเชิงบวกดำเนินต่อไป มันก็จะส่งผลให้มีการลดจำนวนของคาร์บอนไนเซวั่นลง จากนั้นเราก็คอยเติมกะลามะพร้าวใส่เข้าไปทางปากถังไปเรื่อยๆ เมื่อกะลามะพร้าวดิบส่วนที่อยู่ตรงกลางๆถังกลายเป็นคาร์บอนดีแล้ว เราก็เปิดรูต่างๆที่อยู่ข้างบนถังออก ส่วนรูที่อยู่ตรงกลางถังก็ยังปิดไว้ต่อไป



เราก็เติมกะลามะพร้าวดิบเรื่อยไปอย่างนี้จนกว่าจะเต็มความจุของถังเหล็กใบนั้น เมื่อเห็นว่าส่วนบนๆของถัง กะลามะพร้าวดิบกลายเป็นคาร์บอนดีทั้งหมดแล้ว เราก็ปิดรูข้างบนทุกรู ซึ่งก็คือการสกัดกั้นอากาศไม่ให้เข้าไปในถังอย่างสิ้นเชิง แล้วปล่อยให้ถังเย็นเองโดยจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง



หลังจากนั้นแล้วเราก็นำผลผลิตคือถ่านกะลามะพร้าวออกมาบรรจุลงในถุงเก็บไว้ในที่แห้งปราศจากความชื้นและใช้ประโยชน์ของมันต่อไป

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาที่ภาคใต้

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาที่ภาคใต้



นายประเสริฐ พืชผล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาเทคโนโลยีและการอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เจ้าของผลงานสิ่งประดิษฐ์เตาเผาถ่านกะลามะพร้าว ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาชนบท ชี้แจงว่าเนื่องจากเห็นว่าจังหวัดปัตตานีมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวเป็นปริมาณมาก ผลผลิตที่ได้นอกจากนำไปจำหน่ายเป็นมะพร้าวขูดเพื่อการประกอบอาหารแล้ว ก็นำไปทำน้ำมันมะพร้าว ส่วนกะลามะพร้าวก็เป็นวัสดุเหลือทิ้งไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์



จึงได้คิดที่จะนำมาใช้เป็นถ่านเพื่อการหุงต้ม เนื่องจากถ่านกะลามะพร้าวมีคุณสมบัติให้ความร้อนสูงกล่าวคือ ถ่านจากกะลามะพร้าวจะให้ความร้อนประมาณ 7,300 แคลอรี่ต่อกรัม ขณะที่ถ่านจากไม้โกงกางจะให้ความร้อนเพียงประมาณ 6,800 แคลอรี่ต่อกรัม


นอกจากนี้ถ่านจากกะลามะพร้าวยังติดไฟง่ายและไม่มีควัน หากนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ก็จะลดการตัดไม้จากธรรมชาติมาเป็นเชื้อเพลิงได้


เตาเผาถ่านที่ประดิษฐ์ขึ้น ตัวเตาใช้ถังน้ำมันหรือจารบีขนาด 200 ลิตร ที่มีผาปิดโดยจะนำมาเจาะรูทั้งสี่ด้านของถัง รวม 8 รู (ด้านละ 3 รู 2 ด้าน และด้านละ 1 รู 2 ด้าน) แล้วเชื่อมต่อด้วยท่อเหล็กแป๊บ ขนาด 2 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว เพื่อเป็นช่องให้อากาศเข้าไปช่วยในการเผาไหม้ โดยท่อเหล็กทุกท่อจะมีฝาเกลียวเปิดปิดได้

นอกจากนี้ในถังจะมีตะแกรงเหล็กสำหรับรองรับกะลามะพร้าวรวม 3 ชั้น ถอดประกอบได้ ตะแกรงดังกล่าวมีประโยชน์เพื่อไม่ให้น้ำหนักถ่านกะลามะพร้าวด้านบนกดทับลงไปยังถ่านด้านล่าง จะทำให้ผลผลิตแตกหักละเอียด ไม่สะดวกในการนำไปใช้งาน


วิธีการใช้งานเตาเผาถ่านดังกล่าว ทำได้โดยการนำตะแกรงเหล็กชุดแรกวางไว้ก้นถัง เพื่อให้เป็นส่วนเก็บอากาศช่วยในการเผาไหม้ แล้วนำกะลามะพร้าววางซ้อนกันในถังให้เป็นระเบียบ เพื่อจะได้ใส่กะลาเป็นปริมาณมาก จากนั้นก็วางตะแกรงเหล็กชุดที่ 2 และชุดที่ 3 สลับกับการวางกะลามะพร้าวจนกะลาล้นปากถัง

ขั้นตอนต่อมาก็นำเศษผ้าชุบน้ำมันก๊าดใส่เข้าไปในท่อเหล็กด้านล่างสุดของถังท่อใดท่อหนึ่ง เพื่อเป็นตัวจุดฉนวนหลังจากจุดไฟที่เศษผ้าและไฟลุกไหม้กะลามะพร้าวดีแล้ว จะสังเกตเห็นว่ากะลามะพร้าว
บริเวณปากถังเกือบสุกเป็นถ่าน ก็ปิดฝาท่อให้อากาศจากท่อด้านล่างสุดขึ้นมาตามลำดับ และสุดท้ายก็ปิดฝาถังด้านบนเพื่อให้ไฟมอดดับในที่สุด


ทั้งนี้การเผากะลามะพร้าวให้เป็นถ่านจะใช้เวลาประมาณ 25 นาที และหลังจากปิดฝาถังให้ไฟดับประมาณ 15 นาที ก็จะได้ผลผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่พร้อมจะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้และปริมาณถ่านที่ได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30 % ของปริมาณกะลามะพร้าวที่ใช้เผาถ่าน


เจ้าของผลงานเตาเผาถ่านกะลามะพร้าวชี้แจงว่า ต้นทุนในการผลิตเตาเผาถ่านตกประมาณ 700 บาท โดยเป็นค่าถัง 230 บาท

นอกนั้นเป็นค่าตะแกรงเหล็กและค่าท่อแป๊บน้ำ ส่วนกะลามะพร้าวปัจจุบันเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรยังไม่มีการซื้อขาย


ส่วนถ่านที่ได้อาจจำหน่ายได้ในราคาเดียวกับถ่านจากไม้โกงกางที่กิโลกรัมละประมาณ 9 บาท ข้อดีของเตาเผาถ่านดังกล่าว นอกจากผลิตได้ง่าย ต้นทุนต่ำ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่ายแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเตาเผาได้อีกด้วย

ทั้งนี้หากเกษตรกรสนใจสิ่งประดิษฐ์เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวดังกล่าว สามารถขอดูต้นแบบและขอคำปรึกษาได้ที่ แผนกวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ภาควิชาเทคโนโลยีและการอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี



แหล่งข้อมูล http://mis-pattani2.pn.psu.ac.th/mail/mail2/looknote.php?&Did=00457&PHPSESSID=f7720086f363d44da33c4ef742151b91

การเผาถ่านกะลามะพร้าวแบบอินเดีย

การเผาถ่านกะลามะพร้าวแบบอินเดีย



เป็นการเผ่าถ่านกะลามะพร้าวแบบโบราณ โดยการขุดหลุมลึกมาก และเผากะลามะพร้าวครั้งละมากๆ

เป็นกระบวนการผลิด ถ่านกะลามะพร้าว ที่ใช้เทคโลโลยีแบบโบราณและอาจจะให้ผลผลิตที่ต่ำเมื่อเทียบกับเตาผลิตถ่านกะลามะพร้าวด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง

แต่เทคโนโลยีแบบชาวบ้านแบบนี้เหมาะสำหรับประเทศที่มีการปลูกมะพร้าวและมีกะลามะพร้าวมากอย่างที่ประเทศอินเดียหรือประเทศอินโดนีเซีย

ดูภาพวิดีโอการเผาถ่านแบบ Pit Method ที่ลิงค์นี้

http://www.youtube.com/watch?v=GHXuMUdWAxY

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวแบบภูมิปัญญาชาวบ้านของคนภาคกลาง

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าวแบบภูมิปัญญาชาวบ้านของคนภาคกลาง





1.เตรียมกะลามะพร้าวไว้เพื่อใช้ในการทำถ่านกะลามะพร้าว และเตรียมตะกร้าผลไม้ไว้สำหรับตักกะลามะพร้าวใส่ถัง


2.ใช้ถังน้ำมันเหล็กชนิดจุ 200 ลิตรที่มีขายทั่วไป ใบละ 1-2 ร้อยบาท

หากซื้อแบบมีฝาปิดก็จะสะดวกขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบไม่มีฝาก็ต้องเจาะ

แล้วเปิดฝาบน เก็บฝาเอาไว้อย่าเอาไปขายเป็นเศษเหล็ก


2.เริ่มด้วยการ จุดไฟเผาไม้ที่ก้นถังเมื่อไฟติดดีแล้วให้เทกะลาลงไป 1 ตะกร้า

ผลไม้


3.เมื่อกะลาตะกร้าแรกติดไฟดีให้เทตะกร้าที่ 2 ลงไป

พอไฟเริ่มติด ชาวบ้านจะเอาสังกะสีมาปิดเพื่อไม่ให้ไฟลุกแรงเกินไป

เติมกะลาไปเรื่อยๆทีละตะกร้าผลไม้จนเกือบเต็ม

เมื่อกะลาตะกร้าสุดท้ายติดไฟดีแล้ว ให้เอากระสอบชุบน้ำแล้ว

ปิดลงไปบนปากถังแล้ว ปิดทับด้วยฝาเหล็กอย่าให้อากาศเช้าได้

หรือจะใช้กระดาษลังหนาๆ ชุบน้ำแล้วนำไปปิดด้านบนสุด

จากนั้นก็ใช้ทรายใส่ปิดลงไปอีกทีในกรณีที่เป็นถังไม่มีฝา

ปิดทิ้งไว้ราว 12 ชั่วโมงเทเอาถ่านมาใช้หรือขายได้


ดูภาพประกอบที่ลิงค์นี้

http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/show.php?Category=agriculture&No=13459

Google

Total Pageviews

Flagcounter

free counters

รับซื้อกะลามะพร้าว ให้ราคาดี ทั่วราชอาณาจักร

รับซื้อกะลามะพร้าว ให้ราคาดี ทั่วราชอาณาจักร
โดยมีข้อแม้
1.ต้องเป็นกะลามะพร้าวที่แห้งดี
2.ต้องเป็นกะลามะพร้าวที่ไม่มีกาบมะพร้าวติด
3.ต้องไม่ใช่กะลามะพร้าวเก่ามากๆ

และจำหน่ายถ่านกะลามะพร้าวแก่ผู้ค้าทั่วโลก
ในราคามิตรภาพคือถูกกว่าที่อื่น

We sell high quality coconut shell charcoal worldwide at low price

1.high quality
2.reasonable price
3.on time delivery...


Contact us:

ติดต่อ

สิทธิชัย สาระพงษ์

1/5 หมู่ 2 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

Sitthichai Saraphong
1/5 Mu 2 Tambon Banprathum
Amphoe Samkhok Changwat Prathumthani
Thailand


เบอร์มือถือ 081-2561598
Mobile 081-2561598
Email : sit_nc@hotmail.com